|
|
+
Q u o t e s
+

ในหน้านี้จะเป็นคำพูดของตัวละครในเรื่อง
ซึ่งผู้อ่านหัวขโมยแห่งบารามอสเกิดความประทับใจ และได้คัดเลือกขึ้นมา
คำพูดส่วนใหญ่เป็น Spoiler ( บอกถึงเรื่องราวสำคัญในเล่มนั้นๆ)
ดังนั้น จึงขอเตือนผู้ที่ยังไม่เคยหัวขโมยแห่งบารามอส ภาค มงกุฎแห่งใจ
และคทาแห่งพลัง อย่าเพิ่งอ่าน Quote ในหน้านี้ เพราะจะทำให้ทราบเนื้อเรื่องก่อน
และเมื่อไปอ่านเอง จะไม่สนุกและไม่ได้อรรถรสเต็มที่ ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของผู้เขียนค่ะ
ขอความร่วมมือด้วยนะคะ

+ ภาคมงกุฎแห่งใจ
"คทาหัก พลังกลับคืนนายท่านของข้า แกไม่ได้รับพลังจากคทาก็หมายความว่าแกไม่ใช่นายของพลัง
และไม่ใช่นายของทริสทอร์ นั่นก็คือทริสทอร์ไม่เคยทรยศ"
-โร เซวาเรส-ภาคมงกุฎแห่งใจ-บทที่40
+ ภาคคทาแห่งพลัง
ความตาย....
ความตายที่หนักเหมือนขุนเขา แต่เบาเหมือนปุยนุ่น
- วิเวียน นานีย่า ----คทาเเห่งพลัง---บทที่13
"ไม่ทิ้งสิ
ก็เป็นน้องสาวผมไม่ใช่เหรอ ผมไม่เคยมีน้องสาว แต่คิดวาคนเป็นพี่
สิ่งสำคัญต้องอดทน โดยเฉพาะกับน้องสาวดื้อ ๆ ต้องอดทนเป็นพิเศษ"
เฟริน เดอเบอโรว์ :: ภาค คทาแห่งพลัง
- บทที่ 13 เฟริน กับ วิเวียน
ราตรีสีฟ้า : ชอบประโยคนี้รู้สึกถึงความรู้สึกที่เฟรินมีต่อวิเวียนทันทีเลย
แล้วยังรู้สึกเศร้าเล็ก ๆ กับวิเวียนที่ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ข้าง
ๆ เป็นห่วงเพียงแค่ไหน และ ยอมยกโทษให้แม้ว่าจะพลาดพลั้งเพียงใดก็ตาม
"ดาบดีไม่เอาออกมาใช้มันก็ไม่ต่างอะไรกับดาบตาย"
- เฟริน-ภาคคทาแห่งพลัง-ตอนที่
17
คอมเม้นต์จากผู้อ่าน :
แอนนา วาเน-บลี : ชอบเพราะ มันเหมือนเป็นคำที่ท้าทาย ให้เรามั่นพัฒนาตัวเอง
ไม่ใช่อยู่กับไม้ตายเก่าๆ ความรู้เดิมๆ การกระทำซ้ำๆ การที่เราอยู่กับที่ก็เหมือนกับการที่เราก้าวถอยหลัง
เพราะคนอื่นจะแซงหน้าเราไป
"จริงฝ่าบาท เพราะเพื่อให้เอาชีวิตรอด คนเราก็เลยอ้างได้สารพัดเรื่อง
เพื่อให้ได้อย่างที่ต้องการ เราก็หาเหตุผลมาได้มากมาย แต่โลกนี้ไม่มีคำว่าฟรี
ฝ่าบาทจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม"
- ลูซิฟิน สเกเลตอน- ภาคคทาแห่งพลัง - บทที่ 20
คอมเม้นต์จากผู้อ่าน :
Ruki : เห็นด้วยที่โลกนี้ไม่มีคำว่า"ฟรี" ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนด้วยกันทั้งนั้น
ยกตัวอย่าง เหตุการณ์ภาคใต้ คลื่นยักษ์Tsunami "พระธรณีตีอกไห้......พระสมุทรไหวดั่งไฟรุม"
มนุษย์เราเอาเปรียบธรรมชาติมานาน ถึงเวลาธรรมชาติเอาคืน ให้สมดุลกับสิ่งที่เราได้ช่วงชิงไป
"ทำไมถึงได้ชอบการข่มขู่คนขนาดนั้น ทำอะไรมันต้องรู้จักความพอเหมาะพอควร
แล้วหน้าที่สำคัญสำหรับลูกผู้หญิงคือต้องรู้จักกาละเทศะ รู้จักอะไรควรไม่ควร
อะไรควรพูดก็พูด อะไรไม่ควรพูดก็อย่าพูด ความในไม่นำออก ความนอกไม่นำเข้า
เรื่องของตระกูลคนอื่นเขาเป็นความลับเราก็ไม่ควรจะไปล่วงรู้ แล้วยิ่งความลับของตระกูลตัวเองจะเอาไปเที่ยวบอกใครเค้าได้ยังไง"
- ผีสาว -ภาคคทาแห่งพลัง-บทที่25
คอมเม้นต์จากผู้อ่าน :
Erin : เราว่าถ้าเป็นลูกผู้หญิงควรจะทำอะไรให้ถูกกาลเทศะนะคะ ทำอะไรควรจะคิดถึงคนรอบข้างบ้างไม่ใช่แค่เห็นแก่ตัวเองแล้วทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์
"ชีวิตของใครก็ชีวิตของมัน
หนทางใครก็หนทางของคนคนนั้น ต้องก้าวเดินเองถึงจะรู้สึกถึงคุณค่าของชีวิต"
-
ราชินีจันทรา - ภาคคทาแห่งพลัง - บทที่ 29
คอมเม้นต์จากผู้อ่าน :
lune : ชอบเพราะมันเหมือนบอกว่าไม่มีใครเป็นที่พึ่งให้เราได้ตลอดอ่า
เกิดมาต้องช่วยเหลือตัวเองให้เป็น ก่อนจะคิดพึ่งใคร
"ช่างเถอะฮะ ชีวิตตัวเอง ขอตัวเองลิขิตดีกว่า อะไรจะเป็นก็ให้มันเป็น
ขืนให้ผมรู้ว่าอนาคตดีอย่างโง้นอย่างงี้ คนขี้เกียจอย่างผมคงเอาแต่นอนสบายตีพุง
แล้วขืนรู้ว่าไม่ดีก็คงทำใจเลิกสู้ ไปๆมาๆไอ้โอกาสที่พอจะดีได้นิดๆหน่อยๆก็กลายเป็นศูนย์
ไม่เอาดีกว่า"
- เฟริน -ภาคคทาแห่งพลัง
- บทที่ 29
คอมเม้นต์จากผู้อ่าน :
Merry : ที่ชอบก็เพราะว่า หากเราไม่ลิขิตชีวิตตนเอง ใครจะมาลิขิตแทนเราล่ะคะ
ชีวิตเป็นของเรา เราเลือก เราทำ เราลิขิต เราพยายาม ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราค่ะ
แอนนา วาเน-บลี : ชอบเพราะ คิดเหมือนเราเลย! เราเองก้คิดแบบนี้
เรื่องชีวิตของเราไม่ว่าจะดีหรือร้าย ยังไงซะ มันก้ไม่น่าจะเป็นตามคำทำนายของคนนึงๆไปเสมอก็ได้
ถ้าเราทำตัวดีซะอย่าง ไม่ว่าคำทำนายจะออกมาเลวร้ายเพียงใด ก็ทำไรเราไม่ได้หรอกค่ะ
"ช่างเถอะท่านอา อยู่นานอีกปีสองปี
ห้าปีสิบปี หรือยี่สิบปี ชีวิตก็คือชีวิต ยาวสั้นไม่สำคัญเท่าอยู่แล้วจะทำอะไร
ชีวิตผมถึงจะสั้น ผมก็จะทำให้มีค่า ให้อยู่มีคนรัก จากไปมีคนอาวรณ์
ท่านอาวางใจเถอะ ถึงชีวิตผมจะไม่ยืน แต่หนึ่งวันของผมจะมีค่าเท่ากับหนึ่งปี
ทุกวันของผมจะมีค่า ทุกนาทีของผมจะมีความหมาย ผมจะไม่เกิดเปล่าตายเปล่า
ไม่ใช้ชีวิตผ่านไปแค่วันๆ"
- เฟริน - ภาคคทาแห่งพลัง - บทที่ 29
คอมเม้นต์จากผู้อ่าน :
Kizana : ประโยคนี้เป็นประโยคที่โดนใจมากๆเลยค่ะ เป็นข้อคิดที่ดีให้กับชีวิต
ให้เห็นความสำคัญของชีวิต ให้ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ไม่ว่าชีวิตจะอยู่ได้ยาวหรือสั้นแค่ไหน
คุณค่าจะอยู่ที่การกระทำของเราเองเสมอ ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์
แอนนา วาเน-บลี : ชอบเพราะ เฟรี่พูดได้ซึ้งมากๆ บอกความหมายของการมีชีวิตอยู่
ไม่ใช่ว่าจะให้อยู่ไปวันๆ โดยไร้ซึ้งประโยชน์แก่ใครๆ ในเมื่อเราโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคนก็ต้องหัดทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นซะบ้าง
"คนเรานะลูก มีเหตุผลที่มาต่างกัน
ก็มีการกระทำต่างกัน ความคิดต่างกัน ในโลกนี้จริงๆไม่มีถูกไม่มีผิด
มุมเรามอง เราว่าเค้าทรยศ ทำผิด มุมมองเค้า อาจว่าทำตามหน้าที่
ไม่ผิด แล้วถ้าเค้าพูดอย่างนั้นลูกจะว่าไง ทุกอย่างอยู่แค่ห้วงคิด
ถ้าเราไม่รู้จักหมุนเปลี่ยนห้วงคิด โลกนี้ทั้งโลกก็มีแต่ศัตรูกับคนทรยศ
แต่ถ้าหมุนเปลี่ยนความคิดสักนิด โลกนี้ทั้งโลกก็มีแต่เพื่อน"
- จ้าวปีศาจเอวิเดส - ภาคคทาแห่งพลัง - บทที่ 31
คอมเม้นต์จากผู้อ่าน :
Erin : เราว่าบทนี้ให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตในสังคมสมัยใหม่ได้มากเลยนะ
Idearz : คนเราต่างที่มาต่างความคิดและการกระทำ ทุกอย่างมันมี
2ด้าน ดี-ร้าย ญ-ช ขาว-ดำ....
ทุกอย่างมันมีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง แค่จากที่เราเปลี่ยนความคิดจากที่เลวร้าย
สถานการณ์ ก็อาจเปลี่ยนได้เป็นดี อยู่ที่ความคิดของเราเท่านั้น
แอนนา วาเน-บลี : ชอบเพราะ จริงอย่างในที่เอวิเดสพูด คนเรามักเอาเหตุผลของตัวเองเป็นใหญ่ไม่คิดถึงเหตุผลความจำเป็นของคนอื่น
ก็ดีแต่คิดว่าตัวเองนั้นถูกนั้นดีเสมอไป เลยคิดว่าทำไมรอบๆข้างเน๊ยถึงได้มีแต่คนคิดอะไรแปลกๆ
แย่ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงควรคิดในแหง่ความจำเป็นของเค้าบ้าง ถ้าเราเป็นเค้าเราจะทำอย่างไร
ก็คงจะไม่ต่างกันนัก เพราะไม่มีใครอย่าทำเรื่องให้คนอื่นเกลียดโดยไม่จำเป็นหรอก
แล้วก็จะพบว่าคนรอบข้างเรานั้นไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก แล้วก็จะทำให้เราอยู่อย่างมีความสุขได้
+ ภาคแหวนแห่งปราชญ์
"ลดความเห็นแก่ตัวของเราลงหน่อย แล้วให้คนข้างนอกได้สบายขึ้นบ้าง
ความเห็นแก่ตัวในโลกก้ไม่ลดลงสักเท่าไหร่หรอก"
- โร เซวาเรส - ภาค3 - บทที่
6 (หัวใจกษัตริย์1)
Tris : ชอบเพราะ.. ดูเหมือนว่าสังคมทุกวันมันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเห็นแก่ตัว
ถ้าเราพยายามคิดเพื่อคนอื่นให้มากกว่าตัวเอง สังคมนี้จะสงบสุขขึ้นหรืออย่างน้อยเราก็มีความสุขมากขึ้น
Freesia : อ่านแล้วรู้สึกว่า โห สุดยอด แบบว่า...คือ...บอกไม่ถูก
เอาเป็นว่าชอบมากๆเลย โรเข้าใจพูดให้เห็นภาพมากเลยว่าที่พวกเฟรินอยู่ในเอดินเบิร์ก
มีกิน มีใช้อย่างทุกวันนี้ สบายแค่ไหนเมื่อเทียบกับประชาชนที่ต้องสูญเสียที่ดินทำกินไป
แม้แต่น้ำก็ยังกลายเป็นของมีค่า แต่เฟรินเอามาใช้ทิ้งๆขว้างๆ ประมาณนี้ละมั้งคะ
Fuka : อ่านแล้วอึ้งค่ะ ประโยคนี้เหมาะสำหรับคนในยุคปัจจุบันมาก
เพราะคนเรามักจะเอาแต่ความสบายโดยที่ยังไม่เคยได้ลิ้มลองความลำบาก
คนแบบนี้จะไม่มีวันได้รู้จักคำว่าสบายอย่างแท้จริง
"ไม่เรียนที่จะลำบากแล้วเมื่อไหร่จะรู้จักคำว่าสบาย"
-
อาเธอร์ บริสตั้น - ภาคแหวนแห่งปราชญ์ - บทที่ 7
"พระเจ้าฉลาดประทานข้อสอบที่ยากที่สุดมาพร้อมกับคำตอบ แต่คนโง่เห็นแต่ข้อสอบแต่มองไม่เห็นคำตอบ
ถึงได้รู้สึกแต่ว่าปัญหาไม่มีทางแก้"
ซีบิล - ภาคแหวนแห่งปราชญ์ บทที่
7
- Rae - : อ่านประโยคนี้แล้วรู้สึกว่า ปัญหาทุกปัญหามันมีคำตอบเสมอไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน
เพียงเรามองเห็นมันรือเปล่า
""แต่สำหรับหัวหน้าป้อมอัศวิน ตำแหน่งนี้ถือเป็นคำสั่งเหนือนักรบ
ไร้ฝีมือ คนไม่นับถือ... ไร้ปัญญา คนไม่เคารพ... ไร้เมตตา คนไม่ยอมรับ...
แล้วไร้คุณธรรม ทั้งเอดินเบิร์กคงวิบัติ"
-เจ้าชายโรเวน เดอะปรินซ์ ออฟเจมิไน
- ภาคแหวนแห่งปราชญ์ 3 - บทที่ 12 สภาสูงแห่งเอดินเบิร์ก
"เฟริน คนสร้างอำนาจ อำนาจสร้างคน คนเปลี่ยนอำนาจ
อำนาจเปลี่ยนคน นายรู้จักคำว่าอำนาจน้อยเกินไปแล้ว โดยเฉพาะในยุคปีศาจบ้าสงครามอย่างนี้"
- โร - ภาคแหวนแห่งปราชญ์ - บทที่
22 - ยี่สิบสี่นครแห่งเอเดน
"คนตายมักเป็นฝ่ายชนะตลอดกาลเพราะคนเป็นพยายามแทบตายก็ท้าสู้ด้วยไม่ได้
เวลาของคนตายจึงเป็นนิรันด์ ขณะที่เวลาของคนเป็นมีจำกัด เพราะมีเวลาจำกัดจึงสมควรถนอมรักษา
เพราะมีจำกัดถึงต้องรู้จักคุณค่า แล้วเพราะมีจำกัดถึงต้องต่อสู้แย่งชิง"
คิงแอเรียส :: ภาค แหวนแห่งปราชญ์
- บทที่ 24 แปลงโฉม
ราตรีสีฟ้า : บางสิ่งที่มีคุณค่าก็เพราะมีข้อกำหนดเอาไว้
หากแต่ในบางสิ่งที่เป็นนิรันด์สิ่งที่หลายต่อหลายคนโหยหา บางครั้งก็ดูไร้คุณค่าหากได้ครอบครองมัน
หากชีวิตเป็นนิรันด์ก็คงจะไร้ความหมายที่จะมีชีวิตอยู่ หากแต่ยังคงมีชีวิตอยู่จึงมีค่าควรแก่ดำรงชีวิต
ความฝัน...พูดได้ดีนี่ ฆ่าคนตายแล้วก็มาบอกว่านี่น่ะเป็นแค่ความฝัน
ปรัชญาการดำรงชีวิตของแก แม้แต่นักฆ่าอย่างฉันยังเทียบไม่ได้ แต่ไม่ว่ามันจะจริงหรือฝัน...มันก็ลบความจริงที่นายฆ่าคาโลเพื่อแหวนนั้นไม่ได้
แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดในใจนายตอนนี้ก็คือแหวนนั้น
คิล ฟีลมัส - แหวนแห่งปราชญ์ -
บทที่ 30 มหาปราชญ์
Fuka : ชอบประโยคนี้มากค่ะ อ่านครั้งแรกแล้วรู้สึกเสียดแทงมากๆ
เพราะในสังคมปัจจุบันเพื่อสิ่งที่ต้องการแล้ว คนก็มักจะทำได้ทุกอย่างโดยคิดถึงวิธีการและผลที่จะตามมาทีหลัง
พอได้กระทำผิดพลาดลงไปแล้วก็หนีความจริง หาว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน
การกระทำแบบนี้เป็นการทำเพื่อหวังผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น โดยไม่สนใจว่าจะทำให้ใครเสียใจภายหลังรึเปล่า
"มีคำกล่าวว่า แท้จริงแล้วโลกนี้ก็เหมือนดังความฝัน
ในฝันชั่วตื่น เรามาแล้วเราก็ไป บ้างมาสั้น บ้างมายาว บางคนมาก็ไม่รู้ว่ามาทำไม
ยามจะไปก็ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนมาอย่างงงงง แล้วก็ไปอย่างงงงง
ไปๆกลับๆ หลงวนเวียนอยู่ในความฝัน"
- มหาปราชญ์เลโมธี-ภาค3-บทที่30(มหาปราชญ์)
"คนเรามาอย่างไรก็ต้องไปอย่างนั้น
ยามมาเป็นผู้กำหนดจะมาเอง ยามไปก็ต้องเป็นผู้กำหนดจะไปเอง ไม่มีใครกำหนดแทนใครได้"
-มหาปราชญ์เลโมธี- =ภาคแหวนแห่งปราชญ์=
บทที่ 30 มหาปราชญ์
"เพราะเราไม่รู้ตัวว่าฝัน
ถึงยังต้องวนเวียนอยู่ในโลกแห่งความฝัน คิดว่าเป็นฝัน จึงไม่ได้ให้ความสำคัญ
และเพราะไม่ให้ความสำคัญ จึงต้องมาเสียใจภายหลัง"
-มหาปราชญ์เลโมธี- =ภาคแหวนแห่งปราชญ์=
บทที่ 30 มหาปราชญ์
"มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดก็มีอยู่แล้วกับตัว ไยถึงต้องแสวงหาแหวนแห่งปราชญ์"
- ปราชญ์เลโมธี - ภาคแหวนแห่งปราชญ์
- บทที่ 30 - มหาปราชญ์
เจ้าหญิงไก่ : ชอบมากๆเลย เพราะว่า มนุษย์เราเนี่ยพยายามมากๆ
เลยที่จะทำทุกๆสิ่งโดยพึ่งผู้อื่น ไม่ยอมกระทำเองซึ่งก็เหมือนกับการใช้แหวนแห่งปราชญ์
ทั้งๆที่ตัวเองก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งผู้อื่น(ยกตัวอย่างง่ายๆก็การทำการบ้านไง)
.จิตอันสงบย่อมมองเห็นทางอันสว่าง ส่วนจิตที่สับสนแม้ทางทอดยาวอยู่เบื้องหน้าก็ยังมองไม่เห็น
เฟริน ก็หวังว่าเธอจะค้นหามหาปราชญ์ในตัวเองได้พบ
- ปราชญ์เลโมธี - ภาคแหวนแห่งปราชญ์ - บทที่
30 - มหาปราชญ์
|